ปลาMaguro

ปลาMaguro เป็นปลาที่นิยมนำมาทำอาหารอย่างมาก ปลามากูโร่ เป็นปลาที่เรียกได้ว่านำมาทำอาหารได้แทบทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งแต่ละชิ้นส่วนของ ปลามากูโร่ ก็มีการถูกเรียกที่จะแตกต่างกันออกไปตามเนื้อของ ปลามากูโร่ ไม่ว่าจะเป็น Maguro , Otoro , akami ที่สำคัญชิ้นส่วนพวกนี้ก็จะมีราคาที่ไม่เท่ากันด้วยนะ หลายคนอาจจะเคยกินส่วนใดส่วนหนึ่งของมันไปแบบไม่รู้ตัวก็ได้ แต่หากใครยังไม่เคยกิน เราจะพาไปทำควารู้จักกับปลา ปลามากูโร่ จนคุณอาจจะอยากขับรถออกจากบ้านเพื่อไปหามากินเลยก็ได้

หากใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ตัวยงของอาหารญี่ปุ่น คงต้องไม่พลาดอาหารยอดนิยมอย่าง Sushi อย่างแน่นอน ซึ่งเจ้าปลา ปลามากูโร่ นี่แหละ ที่เป็นปลายอดนิยมในการนำมาทำ Sushi หรือไม่ว่าจะเป็น Shutoro เอง ก็เป็นส่วนหนึ่งของ ปลามากูโร่ เหมือนกัน

ปลาMaguro เป็นปลาที่นิยมนำมาทำอาหารอย่างมาก ปลามากูโร่ เป็นปลาที่เรียกได้ว่านำมาทำอาหารได้แทบทุกส่วนของร่างกาย

ปลาMaguro

เนื้อที่อยู่ส่วนต้นของ ปลามากูโร่ นั้นจะมีสีแดงเข้ม และแดงมากกว่าส่วนอื่นๆของ ปลามากูโร่ ส่วนต้นของตัว ปลามากูโร่ นั้นจะมีชื่อว่า Akami ชั้นไขมันของปลามากูโร่ที่แยกเป็นชั้นๆอย่างชัดเจน ไม่ว่าใครก็ต้องอยากกินมันอย่างแน่นอน

เนื้อตรงกลางนั้นจะมีสีอ่อนลงมาหน่อย ค่อนข้างไปทางสีส้ม , สีชมพู เนื้อส่วนนี้จะมีไขมันที่มากกว่าส่วนหน้าเล็กน้อย แต่จะมีความนุ่มมากกว่าเนื้อส่วนต้นของลำตัว ความน่ากินนี่เรียกได้ว่าไม่แพ้กับส่วนต้นของ ปลามากูโร่ เลยก็ว่าได้

แม้กระทั่งเนื้อที่หัวก็ยังนิยมนำมาทำอาหาร มีเพียงปลาไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่จะสามารถนำเนื้อส่วนหัวมากทำอาหารแล้วมีรสชาติอร่อยพอๆกับเนื้อส่วนลำตัว แต่คุณรู้มั้ยว่าเนื้อส่วนหัวของ ปลามากูโร่ นั้นมีราคาที่สูงกว่าเนื้อที่ลำตัวมาก เนื่องจากเนื้อส่วนหัวนั้นมีปริมาณที่น้อย แต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แถมยังหายากอีกด้วย

แนะนำ ปลาเทวดา

เรียบเรียงโดย แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ปลาเทวดา

ปลาเทวดา นั้นเป็นปลาอีก 1 สายพันธุ์ที่มีความน่าสนใจอยู่ในตัวของมันเอง พวกมันมักถูกจับไปเลี้ยง หรือนำไปเพาะพันธุ์เพื่อความสวยงาม พวกมันเป็นปลาน้ำจืดที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ที่ค่อนข้างจะจำง่าย โดยตัวของพวกมันจะมีลักษณะแบน คล้ายคลึงกับรูปทรงของใบไม้

เหตุผลที่มันมีชื่อนี้ เนื่องจากผู้คนสมัยก่อนนั้นมีความเชื่อที่ปะปนไปด้วยวิทยาศาสตร์ ผู้คนในสมัยก่อนนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีมากมายหรือรู้จักกับวิทยาศาสตร์เท่ากับในยุคของปัจจุบันนี้ โดยการทำเหมือง ขุดเหมือง รวมไปถึงการสร้างหลุมอุโมงค์นั้น ผู้คนในสมัยก่อนจะใช้ปลาพวกนี้แหละเพื่อตรวจสอบให้แน่นอนถึงความปลอดภัย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ปลาเทวดา นั้นเป็นปลาอีก 1 สายพันธุ์ที่มีความน่าสนใจอยู่ในตัวของมันเอง พวกมันมักถูกจับไปเลี้ยง หรือนำไปเพาะพันธุ์

ปลาเทวดา กับเหตุผลที่มันมีชื่อนี้

คงสงสัยกันแล้วใช่มั้ยว่าทำไมปลาพวกนี้ถึงตรวจสอบความปลอดภัยให้ผู้คนในสมัยนั้นได้ ? วันนี้เรามพร้อมกับคำเฉลย คำตอบก็คือ การทำเหมือง ขุดเหมือง ทำอุโมงค์นั้นต้องเข้าไปในที่ที่เราไม่เคยไป ผู้คนเลยใช้พวกมันโรยตัวพวกมันลงไปก่อน

เพราะว่าพวกมันนั้นมีปฏิกิริยาที่ไวต่อก๊าซต่างๆ การโรยตัวพวกมันลงไปนั้นก็คงเปรียบเสมือนกับการช่วยชีวิตคนไว้ได้มากมายหลายชีวิต ผู้คนต่างยกย่องว่ามันคือปลาแห่งพระเจ้า ปลาแห่งการช่วยชีวิต นี้จึงเป็นสาเหตุที่มันมีชื่อนี้

นอกจากพวกมันจะมีพระคุณกับมนุษย์แล้ว ทางด้านของความสวยงามพวกมันก็ไม่น้อยหน้าใคร คนใหญ่จะชอบนำพวกมันมาเลี้ยงในตู้ปลา หรือในอ่าง เพื่อประดับบ้านหรือร้านอาหารใหญ่ๆ เรียกได้ว่ามองพวกมันยังไงก็ไม่เบื่อ หรือแม้แต่จะเพาะพันธุ์เพื่อนำไปขายก็ยังมีคนทำ พวกมันถือว่าเป็นปลาอีก 1 ชนิด ที่มีประโยชน์หลากหลายมากๆ

แนะนำ ฉลามหัวบาตร

เรียบเรียงโดย แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ฉลามหัวบาตร

ฉลามหัวบาตร หลายๆคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อนี้เพราะส่วนมากคนจะรู้จักกันแต่ฉลามหัวค้อน แต่ไม่ใช่ว่าฉลามประเภทนี้จะไม่มีจริง ซึ่งฉลามหัวบาตรมีในประเทศไทยและยังเคยออกข่าวทำร้ายเด็กผู้ชายที่จังหวัดหนึ่งทางใต้อีกด้วย ซึ่งฉลามชนิดนี้เป็น 1 ใน 3 ของฉลาม ที่ทำร้ายร่างกายมนุษย์ อาจจะด้วยวิธีการใดก็ตาม อีก 2 ชนิดได้แก่ ฉลามขาว และฉลามเสือ

ซึ่งหากเราพูดถึงฉลามชนิดนี้ ต้องบอกเลยว่า เป็นฉลามที่อันตรายมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ และพื้นที่ที่มันอาศัยอยู่ก็คือทะเลที่น้ำไม่ลึกมาก เพียงแค่ 30 เมตรเท่านั้น

ถ้าใครที่อยู่ใกล้ทะเลแถวที่มีข่าว ก็ควรเลี่ยงที่จะลงไปเล่นน้ำได้เลย เพราะมันสามารถหามนุษย์เจอ ได้ง่ายมาก และยิ่งคนที่มีแผลที่เท้า หรือตามลำตัวที่มันจะได้กลิ่นง่าย ยิ่งไม่ควร ที่จะเล่นน้ำทะเลเลย

ฉลามหัวบาตร หลายๆคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อนี้เพราะส่วนมากคนจะรู้จักกนแต่ฉลามหัวค้อน แต่ไม่ใช่ว่าฉลามประเภทนี้จะไม่มีจริง

ฉลามหัวบาตร

แต่ก็ใช่ว่าคุณไปเล่นน้ำในน้ำจืดและคุณจะไม่เจอกับมัน ฉลามชนิดนี้สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอื่นๆได้ดีมากๆ หากว่ามันเคยอยู่ในท้องทะเล ที่เป็นน้ำเค็ม แต่ถ้ามันย้ายถิ่นที่อยู่อาศัย เป็นน้ำจืด มันก็จะสามารถที่จะอยู่ในน้ำจืดได้ด้วย

ซึ่งถือเป็นเรื่อง น่ากลัวมากๆสำหรับใครที่ชื่นชอบในการเล่นน้ำ ก่อนที่จะลงไปเล่นน้ำที่ไหนควรสอบถามผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น หรือชาวประมงแถวๆนั้นก่อนที่จะเล่น เนื่องจากคุณอาจจะเป็นผู้ที่โชคร้ายโดยไม่รู้ตัว ซึ่งคุณ คงไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคุณหรือคนที่คุณรัก อย่างแน่นอน

ลักษณะของมัน เมื่อโตเต็มวัยจะมีลำตัวที่ขนาดใหญ่มากๆ มีหน้าที่ยื่นแหลมออกมาและมีรูจมูกอยู่ตรงบริเวณที่ยื่น สีของมันเป็นสีเทา อมม่วงๆนิดๆ เหมือนกันฉลามปกติ มีฟันที่แหลมคม และตรงบริเวณหน้าท้องเป็นบริเวณที่กลม ไม่ได้มีลำตัวที่เรียวมากเหมือนฉลามชนิดอื่น

แนะนำ Greenland Shark

เรียบเรียงโดย แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Greenland Shark

Greenland Shark หรือ ปลาฉลามกรีนแลนด์ นั้นเป็นสัตว์ประเภทเดียวกับฉลาม แต่ปลาฉลามกรีนแลนด์ จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าฉลามทั่วไป ปลาฉลามกรีนแลนด์นั้นถูกจัดให้อยู่ในสัตว์ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของปลาฉลาม จากการค้นคว้าและสถิติที่มีคนเคยพบเห็นปลาฉลามกรีนแลนด์ ระบุไว้ว่า ปลาฉลามกรีนแลนด์ ที่ใหญ่ที่สุด มีความยาวของตัวที่มากถึง 25 ฟุต

ปลาฉลามกรีนแลนด์ ถูกจัดอยู่ในประเภทของสัตว์ที่ใกล้จะคุกคาม หรือถ้าจะให้อธิบายง่ายๆก็คือ ปลาฉลามกรีนแลนด์ นั้นเริ่มถูกมนุษย์ไล่ล่า แต่ยังไม่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย แต่ถ้าเกิดว่าเริ่มมีมนุษย์ที่สนใจในการล่าตัว ปลาฉลามกรีนแลนด์ มากขึ้น อาจจะทำให้ ปลาฉลามกรีนแลนด์ สูญพันธุ์ได้

ปลาฉลามกรีนแลนด์ อาจมีน้ำหนักที่มากถึง 1,133 กิโลกรัม หรือ 1 ตันกว่าๆ เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ทะเลที่น่ากลัวเอามากๆเลยทีเดียว แต่ไม่ใช่เพียงแค่นี้ ความน่ากลัวของ ปลาฉลามกรีนแลนด์ ยังไม่จบ

Greenland Shark หรือ ปลาฉลามกรีนแลนด์ นั้นเป็นสัตว์ประเภทเดียวกับฉลาม แต่ปลาฉลามกรีนแลนด์ จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าฉลามทั่วไป

Greenland Shark

ผิวหนังของ ปลาฉลามกรีนแลนด์ นั้นมีความแข็งและหยาบ ผิวหนังของพวกมันให้ความรู้สึกเหมือนจับก้อนอิฐหรือจับกระดาษทราย พวกมันมีฟันทั้งข้างบนและข้างล่างรวมกัน ประมาณ 100 ซี่ ซึ่งฟันของพวกมันมีลักษระแหลมเอามากๆ ถ้าโดนกัดแค่เพียงทีเดียว คงทำให้ตัวเราขาดเป็น 2 ส่วนได้เลย

ปลาฉลามกรีนแลนด์ จะอาศัยอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ ประมาณ 9 องศาเซลเซียส ถึง อุณภูมิติดลบ 5 องศาเซลเซียส ไม่เพียงเท่านั้น แต่ ปลาฉลามกรีนแลนด์ นั้น อาศัยที่ในน้ำที่ลึกมากๆ พวกมันอยู่ในน้ำที่มีความลึกเกินกว่า 600 เมตร

ทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้การใช้ชีวิตของปลาฉลามกรีนแลน์ที่แน่ชัดของ ปลาฉลามกรีนแลนด์ แต่จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญทางด้านฉลามบอกว่า ปลาฉลามกรีนแลนด์ น่าจะดำรงชีวิตอยู่ด้วยการกินสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ รวมไปถึงศพของสิ่งที่ชีวิตที่ล่วงลงมาใต้น้ำลึก

แนะนำ สัตว์ทะเลแสนอร่อย ปู

เรียบเรียงโดย แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

สัตว์ทะเลแสนอร่อย ปู

สัตว์ทะเลแสนอร่อย มีอยู่หลายชนิด แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงสัตว์ทะเลที่มีรสชาติอร่อย แถมยังเป็นที่นิยมอย่างมากในไทย อย่าง ปู ที่ใครก็ต้องเคยกิน ปู สามารถนำไปทำอาหารได้หลายรูปแบบมากๆ ไม่ว่าจะเอาไปทำเป็น ข้าวผัดปู กระเพราปู ต้มยำทะเล หรือแม้แต่นำไปนึ่ง แล้วมากินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดก็ยังอร่อย เรียกได้ว่าต่อให้เป็นอาหารประเภทไหน ถ้าได้ปูไปเป็นวัตถุดิบ รสชาติจะต้องออกมาไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

ปู เป็นสัตว์ทะเลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆในทะเล พวกมันมีข้อต่อเป็นปล้อง ที่สำคัญมัรยังมีขามากถึง 10 ขาโดย 2 ขาหน้า จะเป็นก้ามของปู ถ้าเปรียบเทียบกับคน ขา 2 ข้างด้านหน้าคงเปรียบเสมือนกับมือของคน

ซึ่งปูแต่ละชนิดจะไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น ปูเสฉวน หลายๆคนน่าจะรู้จัก โดยปูเสฉวนจะมีลักษณะที่แตกต่างจากปูทั่วๆไป พวกมันจะสามารถคดงอตัวจนสามารถที่จะเข้าไปแอบในเปลือกหอยได้ ปูก้ามดาบก็จะมีลักษณะออกไปอีกแบบ ซึ่งลักษณะของมันก็จะตรงตามชื่อของมัน พวกมันมีก้ามที่ใหญ่และแข็งแรง แต่มันจะใหญ่เพียงข้าวเดียวเท่านั้น ลักษณะคล้ายกับดาบ พวกมันจึงถูกเรียกว่าปูก้ามดาบ เราจะสามารถพบปูก้ามดาบได้ที่ตามชายทะเล หรือแถบป่าชายเลนที่มีความชื้นสูง

สัตว์ทะเลแสนอร่อย มีอยู่หลายชนิด แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงสัตว์ทะเลที่มีรสชาติอร่อย แถมยังเป็นที่นิยมอย่างมากในไทย อย่าง ปู

สัตว์ทะเลแสนอร่อย กับการผสมพันธุ์ของพวกมัน

พวกมันจะผสมพันธุ์กันในช่วงปลายปี ช่วงประมาณเดือนสิงหาคม ถึง เดือนตุลาคม ปูเพศเมียจะเป็นคนอุ้มไข่ไว้ แต่สิ่งที่หลายคนยังไม่รู้คือ ระหว่างที่ปูตัวเมียกำลังฟักไข่อยู่ ไข่พวกนั้นจะมีจำนวนมากเกิน 100,000ฟอง มากที่สุดอาจจะเกือบถึง 300,000 ฟอง

แต่จากการวิจัยพบว่า อัตราการรอดชีวิตของปูที่กำลังจะเกิดจากไข่เหล่านั้น มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ถึงจะรอดเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ก็ยังถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะอยู่ ปัจจุบันมีการนำไข่ปูมาทำเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง จนต้องเกิดการรณรงค์ไม่กินปูไข่เกิดขึ้น

แนะนำ พะยูน

เรียบเรียงโดย แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

พะยูน

พะยูน เป็นสัตว์ที่หาพบได้ง่าย หลายๆคนอาจจะเคยเห็นจากการแสดงโชว์สัตว์น้ำ หรืออาจจะเห็นตามพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทั่วๆไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีให้เห็นกันอย่างบ่อยๆ เนื่องจากในสมัยนี้คนไม่ค่อยนิยมไปพิพิธภัณฑ์หรือดูการแสดงโชว์กันมากสักเท่าไหร่ ทำให้สถานที่บางแห่งต้องปิดตัวลงและไม่มีรายได้พอที่จะเลี้ยงสัตว์พวกนนี้ทำให้พวกมันต้องตายกันไปอย่างมาก

ถ้าหากใครที่อยังไม่เคยเห็นพะยูน ลักษณะของมันจะคล้ายกับโลมาในช่วงลำตัวของมัน แต่ส่วนหัวจะมีลักษณะใบหน้าที่เหมือนกับฮิปโป ลำตัวค่อนข้างใหญ่และยาว มีสีเทาอมน้ำตาลและชมพู สัตว์ชนิดนี้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ไม่มีใบหูและว่ายน้ำช้า และยังมีเต้านมอยู่ใต้ลำตัวบริเวณหน้าท้อง 2 เต้า

ไม่เป็นสัตว์ที่ดุร้ายและไม่ทำร้ายคนถึงแม้จะมีลำตัวที่ใหญ่มากๆก็ตาม และพวกมันไม่มีอาวุธอะไรที่สามารถจะทำร้ายคนหรือแม้กระทั่งสัตว์ชนิดอื่นได้เลย แต่อาวุธที่ใช้ป้องกันตัวเองจากสัตว์อื่นที่ดีที่สุดคือตัวของมันเอง เพราะมันมีขนาดใหญ่และดูกที่แข็งแรงและหนาแน่นมาก และหนังที่หนา เพื่อป้องกันอันตรายจากทั้งคนและสัตว์ที่อยู่ในน้ำที่ดุร้าย เช่น ฉลาม

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

พะยูน เป็นสัตว์ที่หาพบได้ง่าย หลายๆคนอาจจะเคยเห็นจากการแสดงโชว์สัตว์น้ำ หรืออาจจะเห็นตามพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทั่วๆไปแล้ว

พะยูน

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 พะยูนได้เป็นสัตว์ป่าสงวนและเป็นสัตว์ที่ต้องคุ้มครอง ซึ่งไม่สามารถที่จะเลี้ยงแบบทั่วไปได้ เนื่องจากพะยูนมีจำนวนที่น้อยลงมากๆ อาจจะทำให้สูญพันธ์ได้ในไม่ช้า ถ้าหากไม่รักษาและเพาะพันธุ์เอาไว้

แต่ในอดีตการศึกษาพะยูนและซากของพะยูนในประเทศอิยิปต์ได้ตั้งข้อสงสัยว่า พะยูนอาจจะเคยอาศัยอยู่บนบกมาก่อน เพราะมีรูปร่างและลักษณะที่คล้ายคลึงและใกล้เคียงกับช้างมากๆ อาจจะมีวิวัฒนาการจากช้างและกลายมาเป็นพะยูน ซึ่งเหมือนกับวิวัฒนาการของลิงและกลายมาเป็นคน แต่ช้างในยุคอดีตที่กล่าวถึงนั้นมีขาเหมือนช้าง มีฟันเหมือนพะยูนแต่อาศัยอยู่ในน้ำ วิวัฒนาการของการอยู่ในน้ำนานๆอาจจะทำให้ขากดเล็กลงได้ จนไม่จำเป็นต้องใช้ชาและเป็นจากขาเป็นหางและครีบแทนและกลายมาเป็นพะยูนที่เราได้เห็นกันในปัจจุบัน

เรียบเรียงโดย แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เม่นทะเล

เม่นทะเล เป็นสัตว์ที่อยู่ใต้ท้องทะเลที่ไม่ลึกมาก หลายๆคนอาจจะเคยเห็นหรือเคยไปสัมผัสตัวของมัน แต่ก็ต้องระวังด้วยเพราะเม่นทะเลมีพิษทุกตัว คนส่วนใหญ่ที่โดนพิษมักจะเดินไปเหยียบและมีหนามทิ่มที่เท้าหรืออาจจะไปจับและมีหนามทิ่มที่มือ เม่นทะเลมีหนามอยู่บนตัว 2 แบบ ทั้งแบบที่มีพิษและแบบที่ไม่มีพิษ ซึ่งคนที่โดนส่วนที่มีพิษอาจจะโดนหนามของเม่นเยอะมากจริงๆจนได้รับพิษ

คนที่โดนพิษของมันจะมีอาการ ปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่โดนทิ่ม บางคนที่โดนไม่ลึกอาจจะปวดเพียงไม่กี่ชั่วโมงแต่ถ้าหากโดนลึกหรือหนามของมันหักคาผิวหนังอาจจะปวดและบวมนาน 2-3 วันได้เลย แต่ถ้าใครที่มีอาการหนักกว่านั้นอาจจะต้องเข้าโรงพยาบาลได้เพราะบริเวณที่ได้รับพิษจะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด จะชาไปตามบริเวณรอบๆด้วย และทำให้ความดันโลหิตผิดปกติ ซึ่งถ้ามีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันที

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เม่นทะเล เป็นสัตว์ที่อยู่ใต้ท้องทะเลที่ไม่ลึกมาก หลายๆคนอาจจะเคยเห็นหรือเคยไปสัมผัสตัวของมัน แต่ก็ต้องระวังด้วยเพราะเม่นทะเลมีพิษทุกตัว

เม่นทะเล

เพราะฉะนั้นก่อนที่จะลงไปเล่นน้ำในทะเล อาจจะสอบถามชาวประมงแถวนั้นหรือสังเกตใต้ท้องทะเลให้ดีก่อนที่จะลงไปเล่น ถ้าหากโดยหนามของมันแล้วต้องรีบพยายามเอาหนามออกโดยทันที หรือไม่ก็ต้องเอาของแข็งมาทุบเพื่อให้หนามสลายไปเพราะหนามของมันจะค่อนข้างเปราะ ถ้าหนามสลายไปความเจ็บปวดก็จะน้อยลงด้วยแต่จะทิ้งรอยสีดำม่วงๆไว้ที่บริเวณที่โดนทิ่มอยู่

ลักษณะของเม่นทะเลในประเทศไทยส่วนมากที่พบบ่อยๆจะมีเพียงลักษณะเดียวคือ ลำตัวเป็นทรงกลม มีตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าลูกปิงปองไปจนถึงขนาดเท่าลูกเทนนิส รอบๆลำตัวของมันมีหนามอยู่ทั่วตัว ทั้งหนามเล็กและหนามใหญ่ และไม่สามารถที่จะขยับไปไหนมาไหนเองได้ นอกจากจะมีกระแสน้ำพัดพาไป

เมื่อก่อนคนไม่นิยมที่จะทำเม่นชนิดนี้มากินหรือทำอาหาร แต่เมื่อมีกระแสกินอูนิสดๆจากญี่ปุ่น คือการกินไข่หอยเม่นไม่ว่าจะวางไว้บนซูชิหรือกินดิบๆเลย และยังไม่ราคาที่แพงมาก ทำให้คนไทยในปัจจุบันหันมากินอูนิของไทยกันบ้าง จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากคนที่อยากลองกินอูนิแต่ไม่สามารถที่จะกินของญี่ปุ่นได้เพราะราคาของไทยค่อนข้างถูกกว่าหลายเท่าตัว

เรียบเรียงโดย แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

สัตว์ทะเลสุดประหลาด ปลาปักเป้า

สัตว์ทะเลสุดประหลาด ปลาปักเป้า พอพูดชื่อนี้หลายๆคนอาจจะรู้จัก หรือบางคนก็อาจเคยกินด้วย ปลาชนิดนี้สามารถอยู่ได้ทั้งในน้ำจืดและในน้ำเค็มหรือน้ำทะเล หลายๆคนคงคิดว่าปักเป้ามีพิษ มันก็เป็นเรื่องจริง แต่ก็อาจจะไม่จริงเพราะปลาชนิดนี้มีพิษเพียง 50 ชนิด แต่อีก 50ชนิดก็ไม่มีพิษ

พูดได้ว่าครึ่งต่อครึ่งของปลาชนิดนี้เลย ถ้าหากคุณเจอก็แค่อยู่ห่างมันเข้าไว้ก่อนเพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าชนิดไหนมีพิษและชนิดไหที่ไม่มีพิษ

ในฤดูที่ปักเป้าจะวางไข่เป็นฤดูที่ปักเป้ามีพิษมากที่สุด ซึ่งจะสะสมพิษจากสาหร่ายที่มันกินเข้าไปเป็นอาหาร ซึ่งเป็นพิษที่สร้างและสะสมมาไว้เพื่อปกป้องตัวมันและลูกของมันเอง

ปักเป้าตอนที่ไม่พองตัวจะมีลักษณะที่ปกติคล้ายกับปลาทั่วไป ตัวจะเรียกๆลื่นๆและไม่เห็นหนามบนตัว หรืออาจจะเห็นแต่สั้นมากๆ มีลำตัวที่เรียวยาว และมีจุดด่างๆดำๆอยู่ตามตัว แต่เมื่อปักเป้าพองตัว เนื่องด้วยปกป้องตัวเองจากสิ่งรอบข้าวไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรืออาจจะเป็นปลาตัวใหญ่ที่จะเข้ามาทำร้ายหรือกินมัน

จะทำให้มันพองตัว ลำตัวจะกลมเหมือนลูกบอล แต่มีหนามออกมารอบๆตัวเหมือนเม่น ปากกลม แต่ตากลมโต

สัตว์ทะเลสุดประหลาด ปลาปักเป้า พอพูดชื่อนี้หลายๆคนอาจจะรู้จัก หรือบางคนก็อาจเคยกินด้วย ปลาชนิดนี้สามารถอยู่ได้ทั้งในน้ำจืดแทงบอล

สัตว์ทะเลสุดประหลาด ปลาปักเป้า

ตามหลักวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์กันมาแล้วจะพบปักเป้าทั้งหมด 2 วงศ์เท่านั้น คือ  Tetraodontidae และ Diodontidae ทั้งสองวงศ์มีลักษณะที่แตกต่างกันอยู่เพียงและน้อยคือ Tetraodontidae มีผิวที่เรียบและลื่นมากกว่าวงศ์ Diodontidae ส่วน Diodontidae มีหนามที่แหลมและชัด ปากคล้ายกับนกแก้ว

ปกติในประเทศไทยไม่ค่อยมีใครรับประทานปักเป้าสักเท่าไหร่ แต่ประเทศที่ชอบรับประทานปลาชนิดนี้คือประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่โด่งดังในเรื่องของปลาและการแร่ปลาอยู่แล้วโดยเฉพาะปลาดิบจะเป็นของขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่นมากๆ 

และปักเป้าก็เป็นหนึ่งในปลาที่ได้รับความนิยมในการรับประทานเช่นกัน แต่ก็มีคนตายจากการได้รับพิษของปลาชนิดนี้ถ้าแร่ไม่ถูกวิธี เพราะฉะนั้น ถ้าหากจะไปกิน ปักเป้าควรเลือกร้านที่เชฟมีฝีมือ และมีประสบการณ์ในการทำปลามาอย่างยาวนาน

เรียบเรียงโดย แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

สัตว์ที่มีรสชาติอร่อย ที่คนไทยนิยมอย่าง กุ้ง

สัตว์ที่มีรสชาติอร่อย อย่างกุ้งนั้น ใครจะรู้ว่ามีประมาณ 2,000 ชนิด กุ้งมีลักษณะลำตัวกึ่งโปร่งใสแบนจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง และส่วนท้องที่ยืดหยุ่นได้ปลายหางคล้ายพัด ส่วนต่อเสริมถูกดัดแปลงให้ว่ายน้ำได้ และหนวดจะยาวและคล้ายแส้

กุ้งเกิดขึ้นได้ในทุกมหาสมุทร ไม่ว่าจะน้ำตื้นหรือน้ำลึก รวมไปถึงในทะเลสาบและลำธารน้ำจืด หลายชนิดมีความสำคัญในการทำเป็นอาหาร กุ้งมีขนาดความยาวตั้งแต่ไม่กี่มิลลิเมตรถึงมากกว่า 20 ซม. (ประมาณ 8 นิ้ว) ขนาดเฉลี่ยประมาณ 4 ถึง 8 ซม. (1.5 ถึง 3 นิ้ว)

กุ้งตัวเมียสามารถวางไข่ได้ครั้งนึง 1,500 ถึง 14,000 ฟอง ซึ่งติดอยู่กับขาที่ใช้ว่ายน้ำ

สัตว์ที่มีรสชาติอร่อย อย่างกุ้งนั้น ใครจะรู้ว่ามีประมาณ 2,000 ชนิด กุ้งมีลักษณะลำตัวกึ่งโปร่งใสแบนจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง

สัตว์ที่มีรสชาติอร่อย อย่าง กุ้ง มีกี่ชนิดที่คนนิยมกินกัน ?

มีกุ้ง 3 ชนิดที่คนไทยนิยมบริโภค

1. กุ้งก้ามกราม หรือกุ้งแม่น้ำ มีลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างจากกุ้งธรรมดาทั่วไป ส่วนมากจุดที่เป็นจุดสังเกตของกุ้งชนิดนี้เป็นกุ้งที่มีก้ามหนีบหรือขาที่ใช้เดิน มีเปลือกแข็งกว่ากุ้งทั่วไป และมีลำตัวที่ใหญ่และยาวมากกว่า ส่วนหัวของตัวกุ้งก็จะใหญ่กว่าตัว

2. กุ้งกุลาดำ เป็นกุ้งที่หาได้ง่ายและราคาไม่แพงตามท้องตลาด ลักษณะเด่นของกุ้งกุลาดำคือลำตัวตรงส่วนเปลือกที่อยู่ภายนอกมีสีเทา เหลือง และฟ้าสลับกัน ลำตัวของกุ้งชนิดนี้จะเล็กกว่ากุ้งก้ามกรามแต่ใหญ่มากกว่ากุ้งขาว ชาวบ้านจึงนิยมนำกุ้งชนิดนี้มาทำอาหาร

3. กุ้งขาวหรือกุ้งทั่วไปที่เราเห็นกันบ่อยๆตามท้องตลาด กุ้งชนิดนี้เป็นกุ้งที่มีราคาถูกที่สุดใน 3 ชนิดที่กล่าวมา ลำตัวของกุ้งชนิดนี้มีขนาดเล็กใหญ่ต่างกันออกไป แต่มีขนาดที่เล็กกว่ากุ้งกุลาดำ และเล็กกว่ากุ้งก้ามกรามอย่างมาก สีของกุ้งชนิดนี้จะมีสีออกขาวอมชมพู และมีเปลือกที่บางและนิ่มกว่ากุ้งชนิดอื่นๆ

เรียบเรียงโดย แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

สัตว์ที่น่ากลัวที่สุดในท้องทะเล ฉลามก็อบลิน

สัตว์ที่น่ากลัวที่สุดในท้องทะเล ฉลามก็อบลิน พอได้ยินชื่อของมันก็น่ากลัวและสยองแล้ว เพราฉลามก็อบลินถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสยดสยองเลยก็ว่าได้ ลักษณะของมันจะไม่แตกต่างไปจากฉลามธรรมดามากนักนัก หัวของมันจะยื่นแหลมออกมาเหมือนตะปู และมีฟันเขี้ยวที่แหลมคมเหมือนฉลามทั่วไป ถ้าใครที่ยังไม่รู้จักเจ้าฉลามก็อบลิน วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักมันกัน

ประมาณปี พ.ศ. 2416-2419 เป็นช่วงที่มีคนค้นพบฉลามก็อบลินเป็นคนแรก ซึ่งฉลามก็อบลินถูกค้นพบที่แรกในประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อได้นำซากของมันมาเก็บรวบรวมตัวอย่างและนำมาพิสูจน์ จะรู้เลยว่าสัตว์ที่อยู่ในวงศ์นี้ได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้วเหลือเพียงแค่ฉลามก็อบลินเป็นสัตว์จำพวกสุดท้ายในวงศ์นี้ที่หลงเหลืออยู่

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

สัตว์ที่น่ากลัวที่สุดในท้องทะเล ฉลามก็อบลิน พอได้ยินชื่อของมันก็น่ากลัวและสยองแล้ว เพราฉลามก็อบลินถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสยดสยองเลยก็ว่าได้

สัตว์ที่น่ากลัวที่สุดในท้องทะเล มีลักษณะรูปร่างอย่างไร ?

ฉลามก็อบลิน เป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่พอสมควร เมื่อโตเต็มวัยจะมีความยาวอยู่ที่ 4-5 เมตร และมีน้ำหนักมากกว่า 160 กิโลกรัม สัตว์ชนิดนี้เป็นสัตว์น้ำเค็ม อาศัยอยู่ใต้ทะเล ลึกประมาณ 600-1200 เมตร รอบตัวไม่ได้ใหญ่เท่ากับฉลามทั่วๆไป เมื่อมองเผินๆอาจจะเห็นเป็นโครงกระดูกฉลามได้ เพราะมีผิวหนังภายนอกที่เป็นสีชมพู มีฟันเป็นซี่ที่เรียวเหมือนเข็ม แต่มีความคมมาก ลักษณัที่สำคัญเมื่อเจอฉลามชนิดนี้คือ จะเป็นหัวที่ยื่นออกมา มีลักษณะที่แหลมเหมือนตะปู

ซึ่งหัวที่ยื่นออกมามีลักษณะเหมือนตะปูนั้น สามารถดักจับคลื่นความถี่ไฟฟ้าของสัตว์อื่นๆได้อีกด้วย เพราะเนื่องจากการที่ฉลามชนิดนี้อาศัยอยู่ในใต้ทะเลที่ลึกมาก ซึ่งอาจจะทำให้ยากต่อการหาอาหาร การที่หัวของมันสามารถดักจับความถี่ของคลื่นไฟฟ้าได้ถือเป็นเรื่องที่ดีของตัวมันเอง เมื่อมีสัตว์ชนิดไหนที่มาอยู่ใกล้ๆมันก็ไม่สามารถที่จะเล็ดรอดกลับไปได้

แต่มีอาหารเพียงไม่กี่ชนิดที่มันสามารถหากินได้ เพราะมันอยู่ใต้ท้องทะเลที่ลึกมาก อาจจะกินได้แค่เพียง ปลาตัวเล็ก และปูที่อาศัยอยู่ใต้ทะเล

เรียบเรียงโดย ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0